วันอังคาร, กันยายน 25, 2018
หน้าแรก บล็อก

ปั่นงานวันหยุดยังไงให้มีประสิทธิภาพที่สุด

0

ปั่นงานวันหยุดยังไงให้มีประสิทธิภาพที่สุด

เชื่อว่า ในปัจจุบัน ใครๆก็เริ่มเอางานนั้นมาทำที่บ้านไม่ว่าจะทำการบ้าน หรือ เคลียงานอื่นๆ เพื่อพร้อมสำหรับสัปดาห์ต่อไป ซึ่งแน่นอนครับ ว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้นมักจะทำให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควร

ในวันนี้ ผมขอแนะนำการทำงานวันหยุดที่ทำให้การทำงานของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์แบบนี้ มาดูกันครับ

1.ก่อนเริ่มทำงานควรอาบน้ำ และ แต่งตัวให้เสร็จก่อน

การอาบน้ำและแต่งตัวให้เสร็จถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมในทุกๆสิ่งพร้อมทั้งตัวน้ำที่โดนร่างกายนั้นทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวมากขึ้นรวมทั้งถ้ามีการแต่งตัวแนะนำว่าให้ใส่เสื้อผ้าที่ไม่สบายจนเกินไปเพราะจะทำให้เรานั้นง่วงได้ง่ายขึ้น

2. เปิดม่านหน้าต่างให้มีแสงเข้า

ข้อนี้ค่อนข้างสำคัญเนื่องจากบางทีเราอยู่ในที่มืดๆนั้นจะทำให้ความคิดเราอุดอู้กว่าเดิมซึ่งแน่นอนว่าการเปิดม่านและไม่ทำให้แสงเข้ามาที่ห้องหรือบ้านมากนั้นจะทำให้เราดูสว่างรวมถึงส่งผลในด้านการของความคิดได้มากขึ้น

3. เปลี่ยนจากการปั่นงานที่นอนมาปั่นงานที่โต๊ะ

เรื่องค่อนข้างมีผลมากๆเลยล่ะครับเนื่องจากบริเวณที่นอนของเรานั้นเรามักจะเคยชินการนอนและการทำกิจกรรมอื่นๆแต่หากเอางานมาปั่นแบบจริงจังแล้วล่ะก้อจะทำให้งานเราไม่ได้เดินเร็วเท่าที่ต้องการ

4.  หาร้านกาแฟ หรือ ร้านของหวานนั่งปั่น

ผมเองชอบมากเวลาเสาร์อาทิตย์และคิดงานไม่ออกมักจะไปอยู่ตามร้านกาแฟที่ต่างๆเพื่อบรรยากาศของร้านกาแฟนั้นไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกาแฟบรรยากาศหรือเพลงในร้านกาแฟนั้นทำให้เรานั้นมีแรงในการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคิดงานออกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

5. กินข้าวก่อนเริ่มปั่นงาน

ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เมื่อการทำงานของเราเริ่มนั้น เราก็ควรต้องมีอะไรเป็นพลังงานเพื่อใช้สำหรับการปั่นงานได้เต็มที่กว่าเดิม ฉะนั้นแล้วการหาอะไรกิน หรือ กินข้าวก่อนเริ่มทำงานจำเป็นอย่างยิ่งครับ

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ออกไปไหน ลองหาเพลงโปรดฟัง และ มีกาแฟ หรือ เครื่องดื่มเย็นๆ จะช่วยทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพขึ้นแน่นอนครับ

 

ตำแหน่งการวางโฆษณาของ facebook ปี 2018

0
Facebook placement

ตำแหน่งการวางโฆษณาของ facebook ปี 2018

ในปัจจุบัน Facebook เป็นบทบาทสำคัญมากทั้งในด้านการติดต่อสื่อสาร หรือ แม้กระทั่งด้านการตลาดก็มุ่งเน้น Facebook เป็นที่นึงที่ควรต้องมาโฆษณาให้ได้ โดยปัจจุบัน Facebook ให้ใช้บริการฟรี แต่รายได้ของ facebook นั้นมาจากการโฆษณาของธุรกิจ หรือ ใครก็ตามที่ซื้อ สื่อโฆษณาบน Facebook โดยปัจจุบัน Facebook มีประชากรที่ใช้งานบน Facebook กว่า 2 พันล้านคน ซึ่งแน่นอนว่า Facebook ถือว่าเป็นช่องทางหลักเลยล่ะครับที่จะทำการโฆษณา หรือ การหารายได้ให้กับธุรกิจ ในทุกๆ ธุรกิจ

ทีนี้มาดูตำแหน่งการวางโฆษณาของ Facebook กันบ้างว่า 2018 นั้น มีตำแหน่งการวางอะไรบ้าง

  • Facebook Format
    • Video
    • Photo
    • Carousel
    • SlideShow
    • Canvas

  • Instagram Format
    • Video
    • Photo
    • Stories
    • Carousel

  • Audience Network
    • Photo
    • Video
    • Carousel

  • Instant Articles
    • Video
    • Photo
    • Animate

  • Messenger
    • Photo
    • Video
    • SlideShow
    • Carousel

โดยสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Infographic ด้านล่าง

facebook placement

ตั้งค่า Amazon Web Service (AWS) S3 ยังไง ไม่ให้ไฟล์เป็น สาธารณะ

0

ตั้งค่า Amazon Web Service (AWS) S3 ยังไง ไม่ให้ไฟล์เป็น สาธารณะ

จะเรียกว่าเป็น TALK OF THE TOWN  ในไทย ณ ขณะนี้ก็ว่าได้ โดยจริงๆแล้ว ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนติดตามข่าวที่ CEO ของ Facebook โดย วุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา ได้ถกถามเกี่ยวกับข้อมูลที่รั่วไหลของ Facebook  ที่ทำให้ mark zuckerberg (CEO) อ้ำอึ่ง ในการตอบคำถาม และ ไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีข่าวใหญ่ในไทย เกี่ยวกับค่ายโทรคมนาคม เจ้าใหญ่เจ้านึงทำไฟล์ข้อมูลบัตรประชาชนนั้น เปิดสาธารณะกินเวลาเป็นเดือน ซึ่งแน่นอนครับเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่แน่นอนเพราะว่า กระทบกับลูกค้า 1 หมื่นกว่ารายที่ มีข้อมูลบัตรประชาชนนั้นได้เผยแพร่สาธารณะออกมา และซึ่งก็ไม่รู้อีกว่าใครนั้นมีการดาวโหลด หรือ มีใครบ้างที่เอาไปใช้งานแล้ว

ซึ่งในปัจจุบัน Cloud Storage ถือว่าเป็นช่องทางที่จำเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบปัจจุบัน กว่า 80% ขององค์กรทั่วโลกเริ่ม ประสบปัญหาเรื่องการจัดเก็บเอกสารที่เป็นข้อมูลกระดาษ หรือ คลังเก็บบนดิน จึงทำให้ต้องการใช้ผู้ให้บริการ Cloud ยักษ์ใหญ่ ซึ่งแน่นอนครับว่า จะมี 2 เจ้าใหญ่ๆ ที่รู้จักกันคือ Amazon  และ Google ที่ให้บริการ Cloud Storage ซึ่งแน่อนครับว่าถือว่าเป็นทางออกที่ชัดเจนที่สุด โดยในค่ายโทรศัพท์มือถือค่ายนึงก็เลือกใช้ AWS (Amazon Web Service) เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลเอกสารนั้นเอง

S3  คือ ช่องเครื่องมือของการเก็บข้อมูล หรือเรียกว่า Storage นั้นเองครับ ซึ่ง S3 นั้นในปัจจุบัน ได้รับความนิยมสูงมากในการเก็บข้อมูลต่างๆ จากบริษัท หรือ องค์กรใหญ่ๆ ทั่วโลก เนื่องจาก มีความเชื่อถือสูง ซึ่งในปัจจุบันก็มี องค์กรทั้งใหญ่และเล็ก รวมถึงบุคคลก็ได้ใช้ S3 ในการเก็บข้อมูล ครั้งนี้ผมเลยมาแนะนำการตั้งค่าข้อมูลเบื้องต้น เพื่อไม่ให้ไฟล์เรานั้นเป็นสาธารณะ

 • สร้าง Bucket หรือเรียกว่า ถัง ของข้อมูล

ในส่วนหน้านี้จะเป็นส่วนที่เลือก ประเภทและสถานะที่ที่เราอยู่

 • เริ่ม Setup Properties

โดยหากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลการใช้งานในการใช้งาน Bucket หรือ server  ให้กด Enable ที่ Server Access loggin ด้วย เพื่อการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

 • Set Permissions

ส่วนนี้ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ในการตั้งค่า Permission ในการเข้าถึงข้อมูของไฟล์

 • Review ข้อมูล ก่อนจะเริ่มจะเชื่อมต่อไฟล์

ดำเนินการตรวจข้อมูล ดีๆ ก่อนที่จะดำเนินการเชื่อมต่อไฟล์ จากเว็บไซต์ หรือ Application

โดยใน กรณีล่าสุดนั้น ถ้าหากจุดนี้ไม่ผิดพลาด ก็น่าจะเป็นส่วนของการ Public ส่วนอื่นๆแน่นอนครับ

เพื่อนๆที่จะเริ่มใช้ AWS S3 ก็ควรต้องเร่ิมมาหมั่นตรวจเชคข้อมูลเพิ่มเติมด้วยบางที ข้อมูลที่หลุดลอยไปอาจจะเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆครับผม

 

 

วิธีสร้าง ปุ่ม Facebook Messenger Chat บน เว็บไซต์

0

วิธีสร้าง ปุ่ม Facebook Messenger Chat บน เว็บไซต์

Facebook พัฒนาเครื่องมือใหม่ ที่จะทำให้ลูกค้า หรือคนที่ท่องเว็บไซต์ของคุณนั้นได้มีโอกาสได้ ตัดสินใจในการซื้อสินค้า หรือ สนทนากับผู้ดูแลเว็บไซต์โดยตรง และไม่ต้องเข้าไป facebook อีกรอบเพื่อสนทนา ซึ่งการพัฒนารูปแบบปุ่ม Chat ใหม่นี้ จะสะดวกมากขึ้นสำหรับคนที่ใช้ Facebook (พันล้านคน) ในการสนทนาบนเว็บไซต์ได้เลย

โดยในแรกเริ่มนั้น การติดตั้ง facebook Chat ต้อง สร้าง เข้าไปที่ Developer.facebook.com แล้วต้องมีการส่งเพื่อให้ Facebook พิจารณาในการติดตั้งก่อน  ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องแล้ว แค่เข้าไปที่เพจที่คุณดูและสามารถใช้งานได้ทันที โดยสามารถทำตามผมได้เลยครับผม

1. Setting and go to Messenger Platform

ไปที่ Facebook Page ของตัวเอง เลือก Setting จากนั้นให้ไปที่หมวด Messenger Platform 

Messenger chat

2. Go to Whitelisted Domains And fill Your Website (https://www.tapanapons.com)

ไปที่ Whitelisted Domain แล้วกรอกเว็บไซต์ จากนั้น Enter ได้เลยครับ ระบบจะแจ้งว่า Saved Successfully 

Messenger Chat

3. Go to Customer Chat Plugin and Click Set Up

ไปที่ปุ่ม Customer Chat Plugin และ กด Set Up โดยระบบจะแสดง POP UP การติดตั้งขึ้นมา ให้กด Next ได้เลย

4. Greeting Message

ในส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่า ในส่วนของภาษาที่จะแสดงบนเว็บไซต์ และรวมทั้ง การตั้งค่าข้อความทักทาย และหากมีการตั้งค่าเสร็จก็กด Next ไปได้เลย

5. Set Up Customer Chat

ส่วนที่ในการปรับแต่งรูปแบบของการมองเห็นที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถเปลี่ยน ช่วงเวลาที่จะสามารถตอบกลับได้ และสามารถปรับสี ของปุ่ม ICON Facebook Messenger ได้อีกด้วย

6. Set Up Customer Chat on Your Website

ขั้นตอนนี้จะมีวิธีการคือ ใส่ URL เว็บไซต์ของเราเข้าไปก่อนแล้วกด Save จากนั้นให้คลิกบริเวณ Code ในส่วนของช่อง Code Snippet ระบบจะ Copy ตัว Code นั้นอัตโนมัติ จากนั้น ให้นำ Code ที่ได้ไปแทรกในส่วนของ Header ของเว็บไซต์ หรือ ภายใน <head> Facebook code </head>

** ขั้นตอนนี้ใครทำไม่เป็นสามารถแจ้งให้ผมช่วยแนะนำได้เลยครับผม

 

7. Chat will Show on Right bottom

ในส่วนของตัว Chat แสดงขึ้นทางด้านขวาล่าง และสามารถเริ่มดำเนินการ Login หรือ Chat ได้เลยครับผม

 

Remark

  • หากใช้ WordPress ในการทำ Website ให้ดาวโหลด Plugin ที่ชื่อว่า Head & Footer แล้ว นำ Code จาก Facebook มาใส่ในช่อง Header ได้เลยครับ
  • หากใครใช้ HTML หรือ ภาษาอื่นๆ ให้แทรกบน Header ของ website ได้เลยครับ

 

 

ขนาดสำหรับรูปภาพที่ใช้สำหรับ ทุก Social Media ของปี 2018

0

ขนาดสำหรับรูปภาพที่ใช้สำหรับ ทุก Social Media ของปี 2018

ปัจจุบันหลายท่านยังคง งงในเรื่องของขนาดภาพหลักๆที่ใช้กันบน Social แต่ละช่องทางว่าจะใช้ Size อะไรดี ที่จะเหมาะสมที่สุดในแต่ละช่องทาง ซึ่งเวลาจะทำที ก็ต้องเปิด Google แล้วพิมพ์ว่า “Image Size for …..” ถูกไหมครับ หรือไม่บางคนก็จดเอาไว้แล้ว

โดยผมได้อ้างอิง Infographic จาก postcorn.com มาแชร์ให้เพื่อนๆ เกี่ยวกับ ขนาดภาพต่างๆ สำหรับ Social Media 2018

ดูภาพด้านล่างได้เลยครับผม

เชคความเร็ว Internet ของตัวเองผ่าน Google Speed test

0

เชคความเร็ว Internet ของตัวเองผ่าน Google

เมื่อวานก่อนพอดีผมกำลังจะทดสอบความเร็วเนต ของเว็บไซต์ tapanapons.com โดยพิมพ์ใน Google เหมือนอย่างเคยคือพิมพ์ช่องค้นหาแล้วพิมพ์ว่า Google Speed test โดยปกติแล้ว จะขึ้นอันดับแรกคือ Page Speed Insight ที่เอาไว้สำหรับการทดลองความเร็วของเว็บไซต์และการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแน่นอนว่าผมจะใช้ คำค้นหานี้เสมอๆ

เมื่อวานผมประลาดใจ เมื่อค้นคำว่า Google Speed Test อย่างเคย แต่กลับ เจอ

ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ Google ไม่ใช่แค่พัฒนาในเรื่องของเครื่องมือ แต่ทดลองคำค้นหาที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการค้นหาได้เฉพาะ

ซึ่งผมก็ดำเนินการทดลองความเร็วเน็ตดู ซึ่งแน่นอนว่า คล้ายคลึงเว็บไซต์ ที่ให้บริการทดสอบความเร็ว internet ของ สิ่งที่พบเจอคือ ความง่ายขึ้นของการทดสอบ internet Speed ที่เมื่อเวลาเราต้องการค้นหาความเร็วของ Internet เราสามารถรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ ความเร็วของ internet เราอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งง่ายกว่าการค้นหาและเข้าไปในเว็บไซต์ ซึ่งในหลายๆ เว็บไซต์เราก็จำเป็นต้องใช้ Flash Player ในการทำงานนั้นเองครับ

 

เคยใช้ครบหรือยัง Google Analytics suite

0
Analytics concept illustration. Idea of analysis, data and information.

เคยใช้ครบหรือยัง Google Analytics suite

ปกติถ้าเราเข้า Google Analytics เราจะเจอในส่วนของ Google Analytics จะไม่มีส่วนขยายไปในส่วนอื่นๆ แต่จริงๆแล้ว Google Analytics นั้นก็จะมีหลายเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์การทำงานการวิเคราะห์ได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Google Analytics Suite

เครื่องมือ สำคัญสำหรับทุกธุรกิจที่จำเป็นต้องมีใน Website ซึ่งเมื่อจริงๆ background ของ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์นั้นเมื่อก่อน รู้ๆกัน คือ Truehit หรือ webStats ครับ แต่ Google Analytics ได้พัฒนางง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบัน จะมีหลายเครื่องมือให้ใช้งาน ซึ่งแน่อนครับว่า หลายองค์กรก็เริ่มที่ใช้เครื่องที่มากกว่าแค่ Google Analytics แล้วครับ

วันนี้ผมจะมาแนะนำว่าเครื่องมือแต่ละเครื่องมือมีอะไรบ้างครับ

หน้าแรกของ Google Analytics Suite

หน้าตาที่รวมทุกอย่างไว้ที่นี่ ง่ายๆเป็นเหมือน Dashboard ที่รวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่นี่นั้นเองครับ เวลาทำข้อมูล Report Summary ก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เลย

Google Analytics

ข้อมูล Analytics หรือ ข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานการสั่งซื้อ พฤติกรรมการเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือ Application รวมทั้งข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายที่เราสามารถนำไปต่อยอดได้

Google Tag Manager

Tag Manager คือเครื่องที่สำคัญมากในปัจจุบันที่จะทำให้ Website เราไม่หนักกับเครื่องการวิเคราะห์ หรือ เครื่องมืออื่นๆที่ต้องเอา Source Code อันมหาศาลนั้นไปฝากที่เว็บไซต์ ซึ่งเราจะสะดวกเพียงแค่ ติดตั้ง Google Tag Manager ไว้บนเว็บไซต์เท่านั้นสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้นแล้ว และ ยังทำให้เว็บไซต์เร็วขึ้นอีกด้วย

Google Optimize

เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ในแต่ละ Page ของเว็บไซต์ว่ามีการใช้งานเป็นอย่างไร หรือการทดสอบข้อมูลในหน้าที่เราต้องการติดตั้งนั้นๆ เพื่อดูประสิทธิภาพให้ดีขึ้นบน Website หรือ Application

Google Data Studio

เรียกได้ว่าเครื่องมือนี้ผมชอบมากที่สุด เพราะสามารถเอาข้อมูลเอามหาศาลนั้นมารวมไว้ที่เดียวได้ โดยผมสามารถทำ เป็นหน้า Report ทำให้เวลาทีมและผู้ที่ต้องการตรวจสอบ KPI หรือการใช้งานเว็บไซต์นั้นรู้ข้อมูลวิเคราะห์ ออกมาแบบทั้ง Graph และ ตาราง ทำให้ง่ายขึ้นในเรื่องการวิเคราะห์

ตามรูปภาพด้านบน นั้นคือผมสามารถปรับแต่งได้ตามตรงต้องการของข้อมูลที่จะเอา Report นั้นเอง นั้นก็ไม่ใช่แค่ ข้อมูลจาก Google Analytics เท่านั้น ยังรวมข้อมูลที่เรา Import เอง หรือ ข้อมูลจาก Google Cloud อีกด้วยครับ

Google Surveys

เครื่องมือเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ เราทำแบบสอบถามหรือ survey ง่ายๆ ผ่าน Google Suite ซึ่งหากคุณไม่มีเครื่องมือ Survey บน Website หรือ Application ก็สามารถใช้ Google Survey ในการสร้างข้อมูลได้ง่ายๆ

Google Attribution

Google Attribution : ช่องทางวิเคราะห์การตลาด แต่ในส่วนของบัญชีประเภท บุคคลจะไม่มีสิทธิ์เข้าในส่วนนี้เพราะ ส่วนในส่วนของ Function นี้จะเป็น ลูกค้าองค์กร ใช้งานนั้นเองครับ

ซึ่งเครื่องมือใน Google Analytics ที่อธิบายมานั้นก็จะเป็นเครื่องมือที่เรียกว่าสำคัญมากๆ ในปัจจุบันครับซึ่งแน่นอนว่าบางผมก็ทำให้ผมหลงรักและชอบมากในการใช้งานครับ และบางตัวผมก็ยังเป็นผู้ฝึกหัดการใช้งานอยู่เลย ซึ่งหากมีการอัพเดทหรือ HOW TO การใช้งานต่างๆ ผมจะรีบอัพเดทให้ทราบครับ 🙂


สร้างเว็บไซต์ผ่าน nConnect.asia > 

Social Media Trend จากเดือนแรกของปี 2018

0
Social Media

Social Media Trend จากเดือนแรกของปี 2018

หากเปรียบเทียบจริงๆ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าเป็น TALK OF THE TOWN ที่พูดกันเป็นสัปดาห์และเหล่า Social ที่เป็นสายลุยใน Facebook นั้นก็ต้องถึงกับกุมขมับเมื่อ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง facebook ปัจจุบันคือ CEO ของ Facebook ประกาศลดจำนวนการมองเห็นลงของ Pages ธุรกิจ ซึ่งแน่นอนครับว่า เราจะไม่ได้เห็น Pages เยอะแยะมากมายใน Timeline เราต่อไป ซึ่งในแต่ละวันจะเห็นการโพสจากเพื่อน แชร์จากเพื่อน แต่จะเห็นเพจอยู่ใน สัดส่วนที่ไม่มากเท่าไหร่นัก นั้นก็เป็นเรื่องนึงที่เรียกว่า Talk of the town ในช่วงเดือนแรกของปี 2018

แต่ในเทรนด์ของปี 2018 สิ่งที่น่าจับตามองจริงๆ แล้วเป็นเทรนด์ที่จะสามารถเอาไปต่อยอดได้ที่ผมจะยกตัวอย่างคือ

Video ยังคงมีบทบาทสำคัญมาก

Video นั้นจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็เป็นได้ เพราะ Video นั้นจะสามารถดึงดูดคนที่มองผ่านจากมือถือได้ดี และ ในปัจจุบัน วีดีโอจะเล่นเองอัตโนมัติซึ่งจะดึงความสนใจ ให้คนดูได้อย่างน้อยๆก็ 5 วินาที ซึ่งแน่นอนครับว่า Video ที่ทำให้คนสนใจตั้งแต่ 5 วินาทีแรกได้ จะมีโอกาสได้เปรียบ วีดีโอที่มีจุดสนใจในช่วงท้ายๆครับ

L ive Steaming ไม่มีไม่ได้แล้ว

วีดีโอถ่ายทอดสดตอนนี้ ไม่ว่าจะช่องทางไหน ก็ต้องทำ เริ่มก่อนเลยที่ Google เปิดตัว Youtube Live ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการถ่ายทอดสดผ่าน Youtube และได้ความนิยมมาก ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะเป็นรายการทีวีที่มีการทำ Live หรือ รายการยอดนิยม แต่การ Live นั้นก็เข้าถึงยากในเมื่อก่อน Facebook จึงเปิด Feature Live video ที่ได้รับความนิยมมากจนถึงปัจจุบัน (นิยมกว่า Youtube แล้ว) เพราะเข้าถึงได้ทุกกลุ่มคน และปัจจุบันจะมีเทรนด์การขายสินค้าผ่าน Live อยู่ตลอดของ SME ในไทยและเทศด้วยครับ นั้นแปลว่า กระแสของการ Live นั้นยังคงมา แต่ในปีนี้ก็เป็นเรื่องนึงที่ต้องความสำคัญเลยครับ

AI and Chatbots

AI หรือ Chatbots คือตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจนั้นตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและลดขั้นตอนของพนักงานในการตอบคำถามได้ ซึ่งแน่อนครับจะส่งผลดีแน่ๆ เมื่อลูกค้าต้องการอะไรและสามารถพาลูกค้าไปตามที่วัตถุประสงค์ที่ลูกค้าบอกได้เลย เช่น ค้นหาสาขา ก็มีสาขาปรากฏ ระบบนี้จริงๆแล้ว กว่า 1,200 ธุรกิจเริ่มนำมาใช้อย่างจริงจังแต่ในประเทศไทยยังมีไม่กี่แบรนด์ที่ทำ เนื่องจากความเข้าใจเรื่องภาษาและการสะกดที่ยากกว่า ซึ่งแน่นอครับว่า Online Marketer ต้องทำการบ้านให้ดีว่า ลูกค้าจะค้นหาว่าอะไร

นี่เป็น 3 เทรนด์ที่น่าสนใจมากในเดือนแรกของปี 2018 ซึ่งผมเชื่อแน่นอนว่า 3 Social Media trend นี้จะเป็นบทบาทสำคัญในปี 2018 ทั้งปีด้วยซ้ำครับ

 

5 เรื่องง่ายๆที่จะทำให้เราเข้าใจหลัก SEO ทำการค้นหาแบบไม่เสียตัง

0
Hand arrange white letters as SEO

5 เรื่องง่ายๆที่จะทำให้เราเข้าใจหลัก SEO ทำการค้นหาแบบไม่เสียตัง

การทำ SEO หรือ เรียกเต็มๆคือ Search Engines Optimization หรือเรียกกันง่ายๆ การสร้างการค้นหาแล้วเจออันดับต้นๆ หรือ ที่ 1 หรือหน้าแรกของโปรแกรมค้นหาไม่ว่าจะเป็น Google , Bring , Yahoo แบบไม่เสียเงินนั้นเองครับ ซึ่งแน่นอนว่าหลักการของ SEO จะเหมือนกับ SEM (Search Engine Marketing) หรือการสร้างการค้นหาแบบจ่ายเงินนั้นเอง ซึ่งหลักการของ SEO กับ SEM จะแตกต่างกันในเรื่องของ การใช้เงินและการไม่ใช้เงินนั้นเองแล่ะครับ รวมถึงจริงๆแล้ว SEM ก็สามารถที่ซื้อ Keyword อะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งก็สามารถ ซื้อ Keyword นี้ได้เช่นเดียวกันครับ

อย่างที่เห็นในภาพว่า การค้นหา การเชื่อมต่อ Magento กับ Priceza บทความของ Tapanapons.com ขึ้นอันดับ 1 และ มี Thinksthai ขึ้นอันดับ 4 (เว็บไซต์ทีผมเขียนบทความอีกเว็บไซต์)

เกินมายาวๆ ทีนี้ เอา 5 เรื่องง่ายๆที่จะทำให้เราควรเข้าใจหลักของ SEO ก่อน

หลักการที่ควรต้องคิดก่อนที่จะสร้าง SEO คือ คิดให้ออกว่าลูกค้าจะค้นหาอะไร ? คิดข้ามอันดับไปว่าแล้วลูกค้าจะค้นหาอะไรอีก ? ฟังแล้วอาจจะดูง่าย แต่จริงๆต้องมองตัวเราคือ User หรือผู้ใช้งานครับว่าเราจะค้นหาอะไรสักอย่างนึงเราจะค้นหาด้วยคำอะไร สอดคล้องกับธุรกิจเรามากแค่ไหน และมีคู่แข่งที่ทำแบบนี้มากแค่ไหน ถ้ามากก็ควรต้องคิดให้ไวและมีคำเชื่อมอื่นๆ ด้วย ที่นี่ลองมาดูเนื้อหากันครับ

 S1EO มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

เชื่อไหมครับว่า ใน 1 ปี Google ได้มีการเปลียน Algorithm 500-600 ครั้งต่อปี นั้นแปลว่าสิ่งที่สำคัญคือ ไม่ใช่คำนี้ ติดอันดับแล้วจะติดอันดับตลอดไป และหากเราไม่ติดอันดับ ก็มีโอกาสที่จะติดอันดับเช่นเดียวกัน   แน่นอนว่าคนที่ทำเกี่ยวกับเว็บไซต์ หรือ พัฒนาข้อมูลการตลาดออนไลน์ต้องติดตามการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา

2อันดับของ SEO ไม่ได้ขึ้นได้ภายในคืนเดียว

เรื่องนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าครับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ว่าจะทำ Keyword นี้แล้วจะขึ้นภายในคืนเดียวเลย ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างจาก SEM อย่างแน่นอนครับ  และการสร้าง SEO สิ่งที่ทำได้คือการใจเย็นและใช้วิธีการเชิงรุกมากกว่าเชิงรับเพราะหากมีคำค้นหาที่มีหลากหลายเว็บไซต์ใช้เหมือนกัน ก็อาจจะเป็นข้อเสียเปรียบคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่สำคัญคือ รักษาอันดับตัวเองให้ดีคือดีที่สุด การปรับเปลี่ยนและพัฒนาเสมอ

3 SEO ชอบข้อมูลที่สดใหม่เสมอ

การจะทำอะไรให้เกิด SEO ได้ ต้องมีเป็นข้อมูลหรือบทความแบบสดใหม่เสมอนั้นแปลว่า คนที่เขียน หรือ คิดค้นเรื่องนั้นๆ มักจะขึ้นอันดับต้นๆของ SEO ได้ดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ซะว่าจะขึ้นอันดับ 1 ซะทีเดียวแต่ก็มีโอกาสมากกว่าอย่างอื่น

4 SEO ก็คือโฆษณา

คำว่า SEO คือโฆษณาคือ หากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้ขึ้นบน SEO นั้น คุณต้องลงทุนกับการซื้อโฆษณาและจ่ายเงินบน Google (SEM) แทน SEO แต่ก็จะขึ้นอยู่กับ ราคาของ Keywod แต่ละ Keyword และอันดับของเว็บไซต์

5คู่แข่งของคุณกำลังทำอย่างจริงจัง

นี่คือความจริงในเรื่องของ SEO ครับบางทีเราอาจจะยังมองไม่เห็นภาพเมื่อเห็นคู่แข่งเงียบไป แล้วไม่ค่อยอัพเดทอะไรให้เห็นบน Google แต่ให้ไปสังเกตบน Website ของคู่แข่งให้ดีว่าเค้าอัพเดทอะไรไป เพราะเมื่อมีการปรับเปลี่ยนและดำเนินการส่งโครงสร้างหรือ Sitemap ให้ Google จากนั้นเราอาจจะเป็นผู้รองได้เลยทีเดียวถ้าหากไม่รีบทำอะไรสักอย่าง หรือ พัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้น

 


ให้ nConnect ช่วยเรื่อง SEO  อ่านเพิ่มเติม>

 

Digital Analyst ตำแหน่งงานสายดิจิทัลที่ มีความต้องการสูงมากๆ

0
digital Analyst

Digital Analyst ตำแหน่งงานสายดิจิทัลที่ มีความต้องการสูงมากๆ

จริงๆ หากแบ่งหมวดหมู่ในสายงานดิจิทัลนั้นเราสามารถแบ่งหมวดหมู่ได้เลยเยอะทีเดียว แต่หากพูดถึงในปี 2017 – 2018 นั้น ข้อมูลนั้นเริ่มมีมากขึ้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบโฆษณาในช่องทาง Social หรือ ในช่องทางอื่นๆ เริ่มมีข้อจำกัดมากกขึ้น อย่างไม่กี่วันที่แล้ว Facebook ก็พึ่งมีการลดจำนวนการมองเห็น คนที่ติดตาม Facebook Pages และเน้นการโฆษณาที่เยอะขึ้น ซึ่งก็ส่งผลทำให้ค่าโฆษณาแพงขึ้น และ ยังมี Messenger Ads ที่เริ่มมีโผล่ในช่องแชทของหลายๆคนแล้ว

เรื่องที่เกิ่นเบื้องต้นจึงทำให้สายงานทางด้านดิจิทัล มีความต้องการคนที่เข้าใจในเรื่องผู้ใช้งานสื่อดิจิทัลเพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆ ในหลายบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผู้ให้บริการทางด้านสื่อดิจิทัลก็มีคนที่ทำงานตำแหน่งนี้อยู่แล้ว แต่หลายบริษัทที่เป็นบริษัททั่วไปและมีการลงทุนทางด้านดิจิทัลมากขึ้น ก็เป็นตำแหน่งงานที่มีความต้องการมากๆ หรือ ใครที่สามารถวิเคราะห์เชิงลึกของผู้ใช้งานได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ แต่มีข้อมูลที่มาจากการวิเคราะห์มาใช้ในการทำในเรื่อง ดิจิทัลกันมากขึ้น

Digital Analyst

ทำไม Digital Analyst ถือเป็นตำแหน่งงาน ที่มีความต้องการสูงมากๆ ในขณะนี้ ?

เครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆ ที่บอกว่าแล้วทำไมล่ะ Digital Analyst สำคัญจัง และ เขานั้นจะทำเกี่ยวกับอะไรบ้าง มาดูกันเหตุผลกันครับว่าทำไม

จริงๆ ด้วยชื่อก็บอกตำแหน่งอยู่แล้วว่าทำอะไร ซึ่งแน่นอนครับว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่เรียกว่า ข้อมูลมีมหาศาลมาก ทั้งข้อมูลดิบ หรือ ข้อมูลที่มีการวิเคราะห์ในระดับนึงแล้ว เช่น ทาง Facebook หรือ ทาง Google ก็มีข้อมูลที่มีการสรุปมาให้ระดับนึงแล้ว ตำแหน่งนี้ก็ต้องนำข้อมูลจาก ช่องทางเหล่านี้ หรือการติดตั้งระบบการ tracking user หรือเรียกง่ายๆก็คือ การติดตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้นว่า แล้วทำยังไง ให้กลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกนั้น เขาสนใจเรามากขึ้น และ รวมถึงการโฆษณาที่สามารถ ลดการสิ้นเปืองได้ดีขึ้นนั้นเองครับ

Digital Analyst

 

ภาพด้านบนก็จะแสดงให้เห็นของความต้องการที่ที่มากขึ้นและองค์กรใหญ่ๆหลายองค์ก็จำเป็นต้องมี คนที่สามารถนำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างลึกนั้นเองครับ

คุณสมบัติของคนทำงานเกี่ยวกับการทางวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่กับข้อมูลเยอะโปรแกรม หรือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมก็จำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง โดยขอยกตัวอย่างคือ

  1. Excel
  2. SPSS
  3. SAP
    เป็นต้น

และคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ การสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจาก facebook หรือ Google ได้อย่างเข้าใจมากขึ้นรวมทั้งการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนนั้นเองครับ

 

- Advertisement -

Recent Posts