อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นไม่ได้ยอดขายจากออนไลน์ดีเท่าที่ควร

0
415

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นไม่ได้ยอดขายจากออนไลน์ดีเท่าที่ควร

หากคุณมีธุรกิจแบบออฟไลน์หรือ เรียกว่ามีหน้าร้านค้าแล้ว อยากจะลองขายออนไลน์ดู แต่คุณรู้สึกไหมว่า การขายสินค้าเท่าไหร่ก็ขายไม่ออก ซื้อโฆษณาก็แล้ว หาคนมาโปรโมทก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ซื้อยอดติดตามเพจ ก็ยังไม่มา ยิงไปตรงกลุ่มแล้วก็ยังไม่ได้อีก ซึ่งนั้นคือสาเหตุที่เราไม่แน่ใจนักว่า สาเหตุเกิดจากอะไรที่ทำให้คนเขาไม่ซื้อสินค้าคุณ

 

  1. คุณรู้จักสินค้าของคุณหรือยัง ?

คำถามนี้เป็นคำถามที่เบสิกมากๆ ที่ใครหลายคนมักจะพูดว่า คุณรู้จักสินค้าของคุณหรือยัง แต่ซึ่งมันก็ไม่ใช่แค่รู้ แต่คุณต่อยอดมันเป็นหรือยัง ? การต่อยอดมันมีหลายขั้นตอน คุณมีเรื่องราวของสินค้าคุณหรือยัง?  คุณมีข้อมูลของสินค้ามากพอหรือยัง ? เพราะสิ่งเหล่านี้คือการนำไปประยุกต์ในการทำเรื่องราว และทำให้สินค้าคุณเกิดความน่าสนใจมากขึ้น เพราะเดี่ยวนี้มันไม่ใช่แค่ขาย มันต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาบวกสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความสนใจให้ได้

 2. คุณรู้จักคู่แข่งตัวจริงของคุณหรือยัง? 

หากคุณเป็นคนที่ขายสินค้าออนไลน์ ข้อคำนึงนึงของคุณคือ คุณคิดว่าใครคือคู่แข่งของคุณ โดยเปรียบความสำคัญคู่แข่งสัก 2-3 รายก็ได้ แต่จะมีแค่รายเดียวที่เป็นคู่แข่งหลัก โดยหากเปรียบกับแบรนด์ดัง เขาก็จะมีคู่แข่งหลักที่รู้กันดีว่าต่างฝ่าย ต่างก็พยายามแย่งลูกค้า นั้นคือ Nike และ Adidas   , Samsung และ Apple เป็นต้น ซึ่งจริงๆก็จะมีคู่แข่งเยอะกว่านั้นแต่เราเอาแค่ตัวหลักก็พอเพื่อการมองภาพได้ชัดเจนว่าแบรนด์ของเรานั้นแข่งกับใครอยู่

 3. คุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือยัง ? 

เป็นคำถามที่ใครหลายคนมักจะเจอ แต่หลายคนก็มักจะพูดเสมอว่า กลุ่มเป้าหมายนั้นอายุ เท่าไหร่ เพศอะไร ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้มันไม่ลึกไปกว่านั้น ซึ่งบางทีนั้นเราต้องมองลึกกว่านั้นหรือเปล่า เช่น กลุ่มเป้าหมายคุณชอบอะไร เขาชอบไปไหน วันๆ นึงเขาทำอะไร เขามีเวลาเล่นอินเตอร์เนตช่วงไหนบ้าง และ เขาติดต่อข่าวสารอะไร หรือ ติดตาม Page ไหนใน facebook ซึ่งมันก็จะสำคัญ มากๆ ต่อการทำยอดขายและการยิงเข้าไป

4. คุณเคยทำ Demographic หลังจากเริ่มขายสินค้า หรือไม่ ?  

Demographic หรือเรียกง่ายๆ ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ ซึ่งข้อมูลนี้จะสามารถดูได้ทั้งการซื้อโฆษณาของบน Facebook หรือ จะเป็นข้อมูลผ่าน Google Analytics ซึ่งข้อมูลเหล่านี้แล่ะที่คุณต้องมา กลั่นอีกทีว่า สรุปแล้วว่า คนที่ให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์คุณนั้น ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณหรือไม่ ? ซึ่งจะคล้องจองกับข้อ 3 ที่เป็นการรู้ แต่ อันนี้จะเป็นการวิเคราะห์หลังการกระทำ นั้นเอง ซึ่งบางทีแล้วกลุ่มเป้าหมายตรง แต่ อาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายจริงๆคุณก็เป็นไปได้นะ ซึ่งก็ต้องลองเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายดู

5. คุณเคยคำนวน การเฉลี่ย ออเดอร์ต่อค่าโฆษณาหรือไม่ ว่าเท่าไหร่ ?

ทำไมถึงต้องเฉลี่ย เพราะหลายที่ก็คิดเป็น CPC (Cost per Click) หรือต้นทุนตามคลิกอยู่แล้ว ? ซึ่งหากจริงๆแล้ว เราควรต้องคำนวน CPO (Cost per Order) หรือ ราคาต้นทุนต่อการสั่งซื้อ ให้เป็นมากๆ ด้วยเพราะจะได้รู้ว่า ในการทำการตลาด หรือ การโฆษณาลงไปนั้น กว่าจะได้ 1 การสั่งซื้อนั้นเราเสียเงินไปเท่าไหร่ เพื่อจะได้ 1 Order นั้นมา  และมันจะสรุปตัวสรุปให้คุณว่า สรุปแล้วคุณได้กำไรหรือขาดทุนนั้น

6. วิธีการของคุณลองอย่างอื่นบ้างหรือยัง ? 

การลองสิ่งอื่นๆ ไปพร้อมกับสิ่งเดิมๆ ทำให้เรานั้นนำมาเปรียบเทียบกันได้ว่า สรุปแล้วของใหม่หรือของเก่ามันยังคงดี หรือ มันไม่ดี ซึ่งบางทีนั้น เรื่องบางเรื่องอาจจะทำให้ เรานั้นทำยอดขายได้ดีกว่าวิธีเดิมๆ ก็ได้เช่น จากรูปปกติ ลองทำเป็นวีดีโอดูไหม คอนเทนต์สั้นๆ ลองปรับให้ยาวมากขึ้นหรือเปล่า เพราะโดยสถิติแล้วก็ไม่ได้ทำให้เราเชื่อ 100% นอกจากเราลองพิสูทธิ์ดู

7. รู้หรือยัง ว่าปัญหาที่เจออยู่ไปติดอยู่ตรงไหน ? 

ข้อนี้คือข้อสำคัญมาก ที่เราควรต้องรู้เลยว่า สรุปแล้วปัญหาที่เจออยู่นี่ไม่อยู่ที่ตรงไหน ซึ่งวิธีที่จะช่วยคุณได้นั้นก็คือ การหาเครื่องมือวิเคราะห์ ที่ทำสำเร็จรูปมาติดบนเวปไชต์ ซึ่งก็มีทั้งเสียเงินและไม่เสียเงิน ถ้าฟรีก็ Google Analytics และถ้าเสียเงินก็พวก Truehit ซึ่งจะเป็นตัวที่ให้เรารู้ปัญหาจริงๆ แล้ว ว่า สรุปลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้านของเรา แต่ลูกค้าไม่กด สั่งซื้อเป็นเพราะอะไร หรือ ไปติดที่หน้าไหน แล้วลองแก้ส่วนนั้นดู ครับ

สุดท้าย หากไม่ลองทำดู ในวิธีอื่นๆ ก็จะไม่มีทางรู้หรอกว่าที่เราทำอยู่สำเร็จหรือไม่ และว่างๆ ลองหาเพื่อนแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องนี้ให้มากขึ้น ไม่แน่ว่าไอเดียเจ๋งๆจะเกิดจากการที่เราแลกเปลี่ยนแนวคิดกันก็ได้ครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here